5 สัญญาณอันตราย! วิธีดูมิจฉาชีพขายทองปลอมบน Social Media ที่ระบาดหนักในขณะนี้
ระวัง! มิจฉาชีพขายทองปลอมบนโลกออนไลน์ ภัยเงียบที่ทำลายเงินเก็บของคุณ
ในยุคที่ราคาทองคำพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทองคำไม่ได้เป็นเพียงเครื่องประดับที่สวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นสินทรัพย์เพื่อการลงทุนที่มั่นคงที่สุดสำหรับหลายครอบครัว อย่างไรก็ตาม เมื่อความต้องการซื้อทองคำออนไลน์เพิ่มขึ้น กลุ่มมิจฉาชีพจึงสบโอกาสใช้ Social Media เป็นช่องทางในการหลอกลวงผู้บริโภคด้วยสารพัดวิธีที่แยบยล จนบางครั้งแม้แต่นักลงทุนมือโปรยังอาจพลาดท่าได้
บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึก 5 สัญญาณอันตราย ที่บ่งบอกว่าร้านทองที่คุณกำลังดูอยู่นั้นอาจเป็นมิจฉาชีพ พร้อมเทคนิคการตรวจสอบเบื้องต้นเพื่อปกป้องเงินในกระเป๋าของคุณให้ปลอดภัยจากการซื้อทองปลอม
1. ราคาถูกจนผิดปกติ (Too Good to Be True)
สัญญาณที่ชัดเจนที่สุดคือ “ราคา” ครับ ทองคำเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ที่มีราคากลางกำหนดโดยสมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทย ซึ่งจะมีความเคลื่อนไหวตามกลไกตลาดโลก หากคุณเจอโพสต์ขายทองที่อ้างว่า “เป็นของหลุดจำนำ” “ทองจากโรงงานในราคาพิเศษ” หรือ “โปรโมชั่นลด 50%” ที่ทำให้ราคาต่ำกว่าราคาสมาคมฯ มากๆ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่าเป็นมิจฉาชีพ
- ข้อสังเกต: ร้านทองมาตรฐานจะไม่สามารถขายทองคำแท้ในราคาที่ขาดทุนจากราคากลางได้
- คำแนะนำ: ตรวจสอบราคาทองคำจากเว็บไซต์สมาคมค้าทองคำก่อนตัดสินใจโอนเงินเสมอ
2. รีวิวปลอมและการปิดกั้นการแสดงความเห็น
มิจฉาชีพมักสร้างความน่าเชื่อถือปลอมๆ ด้วยการใช้บัญชีอวตาร (Fake Accounts) มารีวิวใต้โพสต์ว่า “ได้รับของจริง” “สวยมาก” หรือส่งภาพถ่ายการรับของซ้ำๆ กัน แต่ถ้าคุณลองสังเกตดีๆ มักจะมีพฤติกรรมดังนี้:
- ปิดคอมเมนต์: อนุญาตให้คอมเมนต์ได้เฉพาะบางคน หรือลบความเห็นที่มีการสอบถามเชิงลบออกทันที
- โปรไฟล์รีวิวดูไม่เป็นธรรมชาติ: เมื่อกดเข้าไปดูโปรไฟล์ของผู้ที่มารีวิว มักไม่มีความเคลื่อนไหว ไม่มีตัวตนจริง หรือเป็นบัญชีที่เพิ่งสร้างใหม่
- การแคปหน้าจอรีวิวซ้ำ: นำภาพการโอนเงินหรือภาพรีวิวจากร้านอื่นมาแอบอ้างเป็นของตนเอง
3. ไม่ล่วงรู้ที่ตั้งหน้าร้านจริงและไม่มีใบอนุญาต
ร้านทองที่เชื่อถือได้ต้องมีที่ตั้งชัดเจนและสามารถตรวจสอบได้ หากร้านใน Social Media ปฏิเสธการให้ข้อมูลเรื่องหน้าร้าน หรืออ้างว่าเป็นคลังสินค้าที่ไม่เปิดให้บุคคลภายนอกเข้าชม นี่คือสัญญาณสีแดงที่ต้องระวังเป็นพิเศษ
วิธีตรวจสอบความน่าเชื่อถือเบื้องต้น:
ตรวจดูว่าร้านมี ใบอนุญาตค้าของเก่า หรือมีการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์หรือไม่ รวมถึงควรมีชื่อร้านอยู่ในรายชื่อสมาชิกสมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทย การทำธุรกรรมกับร้านที่มีหน้าร้านจริงจะช่วยให้คุณอุ่นใจได้ว่าหากมีปัญหา คุณจะสามารถติดตามตัวผู้รับผิดชอบได้
4. เร่งรัดการตัดสินใจด้วยโปรโมชั่นเวลาจำกัด
มิจฉาชีพมักใช้จิตวิทยาเรื่องความเร่งด่วน (Urgency) เช่น “เหลือ 2 เส้นสุดท้าย” “โปรโมชั่นเฉพาะ 5 นาทีนี้เท่านั้น” หรือ “ใครโอนก่อนได้ก่อน” เพื่อบีบให้ผู้ซื้อไม่ได้มีเวลาไตร่ตรองหรือตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบ ความรีบร้อนคือศัตรูตัวร้ายของการลงทุนทองคำ เพราะจะทำให้คุณข้ามขั้นตอนการตรวจสอบที่สำคัญไป
5. การตรวจสอบด้วยตนเองเมื่อได้รับสินค้า: วิธีดูทองปลอมเบื้องต้น
หากคุณเผลอสั่งซื้อมาแล้ว หรือกำลังลังเล คุณสามารถใช้วิธีพื้นฐานในการสังเกตทองคำแท้ได้ดังนี้:
- น้ำหนักต้องแม่นยำ: ทองคำแท้ 1 บาท ต้องหนัก 15.24 กรัม (หรือ 15.16 กรัมสำหรับทองรูปพรรณ) หากชั่งแล้วขาดหายไปมาก ให้สงสัยไว้ก่อน
- ความนิ่มของทอง: ทองคำแท้ 96.5% จะมีความนิ่มในระดับหนึ่ง หากใช้เล็บกดแรงๆ อาจเห็นรอยบุ๋มเล็กน้อย แต่ถ้าแข็งกระด้างเหมือนเหล็กโอกาสปลอมสูง
- รอยปั๊มตรา (Logo): ร้านทองมาตรฐานจะมีตราประทับของร้านที่ชัดเจน รวมถึงระบุค่าความบริสุทธิ์ เช่น 96.5% ที่ขั้วหรือตะขอ
- สีที่รอยต่อ: หากเป็นทองชุบ เมื่อใช้งานไปสักพักหรือลองขูดเบื้องต้นจะเห็นเนื้อโลหะสีอื่น (เช่น แดงหรือขาว) ซ่อนอยู่ภายใน
บทสรุป: ลงทุนทองคำอย่างมั่นใจ เลือกซื้อกับร้านที่น่าเชื่อถือ
การซื้อทองคำผ่าน Social Media สะดวกสบายก็จริง แต่อย่าปล่อยให้ความโลภหรือราคาที่ถูกเกินจริงมาทำให้คุณต้องสูญเสียเงินก้อนโต การตรวจสอบข้อมูลร้านค้าอย่างละเอียด การตรวจสอบราคากลาง และการเลือกซื้อจากร้านทองที่มีประวัติยาวนานคือหัวใจสำคัญของการลงทุนที่ปลอดภัย
อย่าปล่อยให้เงินรอให้มิจฉาชีพมาฉวยโอกาส! หากคุณกำลังมองหาทองคำแท้คุณภาพมาตรฐาน เพื่อการใส่โอนหรือเพื่อการเก็บออมอย่างมั่นคง แวะมาปรึกษาเราที่ร้านสิครับ เรามีหน้าร้านชัดเจน สินค้ามีใบรับประกันทุกชิ้น และทีมงานมืออาชีพที่พร้อมให้คำแนะนำอย่างจริงใจ
แวะชมสินค้าและเช็คราคาทองวันนี้ได้ที่ร้านของเรา หรือติดต่อสอบถามผ่านช่องทาง Official ของทางร้านได้ทันที!
