ทอง เงิน หรือแพลทินัม? เลือกสะสมอะไรดีในปี 2026 เทียบชัดๆ ทั้งสภาพคล่องและกำไรคาดการณ์
ก้าวสู่อนาคตปี 2026: ลงทุนในโลหะมีค่าชนิดไหนให้พอร์ตเติบโตอย่างมั่นคง?
เมื่อเราก้าวเข้าใกล้ปี 2024 และเล็งเห็นภาพรวมของเศรษฐกิจโลกในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า คำถามที่นักลงทุนชนชั้นกลางและผู้ที่ต้องการออมเงินให้งอกเงยมักจะถามเสมอคือ “ในปี 2026 เราควรหันไปสะสมอะไรดีระหว่าง ทองคำ เงิน หรือแพลทินัม?” ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อและการผันผวนของค่าเงิน การถือครองสินทรัพย์ที่จับต้องได้ยังคงเป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดเสมอ
บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกเปรียบเทียบข้อดี ข้อเสีย สภาพคล่อง และโอกาสในการทำกำไรของโลหะมีค่าทั้ง 3 ชนิด เพื่อให้คุณตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับอนาคตทางการเงินของคุณ
1. ทองคำ (Gold): ราชาแห่งสินทรัพย์ปลอดภัยที่มีสภาพคล่องสูงสุด
ทองคำ ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งสำหรับนักลงทุนไทยเสมอมา ไม่ว่าจะเป็นทองรูปพรรณหรือทองคำแท่ง ในปี 2026 นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าทองคำจะยังคงมีบทบาทสำคัญในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง (Safe Haven)
ทำไมต้องเลือกทองคำ?
- สภาพคล่องสูงที่สุด (High Liquidity): คุณสามารถเปลี่ยนทองคำเป็นเงินสดได้ทันทีที่ร้านทองทั่วประเทศ ไม่ว่าในช่วงวิกฤตหรือช่วงราคาพุ่งสูง
- ความเสี่ยงต่ำ: แม้ราคาจะมีขึ้นมาลง แต่ในระยะยาวทองคำไม่เคยด้อยค่าลงจนเป็นศูนย์
- สิทธิประโยชน์ทางภาษีในไทย: การซื้อขายทองคำแท่งในประเทศไทยส่วนใหญ่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ทำให้ต้นทุนการลงทุนต่ำกว่าโลหะชนิดอื่น
คำแนะนำ: สำหรับผู้เริ่มต้นสะสมในปี 2026 การเลือกซื้อทองคำแท่งขนาด 1 บาท หรือ 5 บาท เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีเยี่ยม เพราะค่ากำเหน็จต่ำและขายต่อง่าย
2. เงิน (Silver): สินทรัพย์ทางเลือกที่มีศักยภาพการเติบโตสูง
แม้คนส่วนใหญ่มักนึกถึงทองคำก่อน แต่ “เงิน” คือโลหะที่มีการใช้งานในอุตสาหกรรมอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในเทคโนโลยีสีเขียว แผงโซลาร์เซลล์ และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งจะมีความต้องการพุ่งสูงขึ้นอย่างมากในปี 2026
ข้อดีของการสะสมเงิน
- ราคาที่เข้าถึงง่าย: ด้วยเงินเพียงหลักพัน คุณสามารถครอบครองเหรียญเงินหรือแท่งเงินขนาดใหญ่ได้
- Leverage สูง: บ่อยครั้งที่เมื่อราคาทองคำขยับขึ้น ราคาเงินมักจะพุ่งขึ้นในสัดส่วนที่สูงกว่า (Percentage gain มากกว่า)
ข้อควรระวัง: เงินมีข้อเสียเรื่อง ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) ในการซื้อขายบางรูปแบบในไทย และมีสภาพคล่องที่น้อยกว่าทองคำ ทำให้การหาที่รับซื้อในราคามาตรฐานอาจจะยากกว่าเล็กน้อย
3. แพลทินัม (Platinum): โลหะหายากที่น่าจับตามอง
แพลทินัม หรือที่คนไทยบางกลุ่มเรียกว่า “ทองคำขาว” (ไม่ใช่ทองขาว White Gold) เป็นโลหะที่มีความหายากกว่าทองคำหลายเท่าตัว ในอดีตแพลทินัมเคยมีราคาสูงกว่าทองคำ แต่ปัจจุบันกลับมีราคาที่น่าดึงดูดใจ
โอกาสในปี 2026
- ความต้องการในอุตสาหกรรมเครื่องยนต์ไฮโดรเจน: หากเทคโนโลยีพลังงานสะอาดก้าวหน้า แพลทินัมจะเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ขาดไม่ได้
- ความหรูหราเฉพาะตัว: ในแง่ของเครื่องประดับ แพลทินัมมีความทนทานและไม่ลอกไม่ดำ เหมาะกับการสะสมในรูปแบบเครื่องประดับระดับไฮเอนด์
อย่างไรก็ตาม: แพลทินัมมีส่วนต่างราคาซื้อ-ขาย (Spread) ที่ค่อนข้างกว้างมากในตลาดเมืองไทย ทำให้เหมาะสำหรับการถือครองระยะยาวเพื่อการสะสมมากกว่าการเก็งกำไรระยะสั้น
สรุปภาพรวม: เลือกอะไรดีให้ตอบโจทย์คุณ?
หากเปรียบเทียบทั้ง 3 ชนิดในปี 2026 เราสามารถสรุปข้อแนะนำได้ดังนี้:
- เน้นความมั่นคงและสภาพคล่อง: เลือก ทองคำ คือคำตอบที่ดีที่สุด เหมาะกับนักลงทุนทุกระดับ
- เน้นการเติบโตแบบก้าวกระโดด: แบ่งพอร์ตมาที่ เงิน ราว 10-20% เพื่อลุ้นกำไรจากกระแสอุตสาหกรรมใหม่
- เน้นความแปลกใหม่และของสะสม: เลือก แพลทินัม สำหรับผู้ที่ต้องการกระจายสินทรัพย์ที่มีความเฉพาะตัวสูง
เทคนิคสำคัญ: อย่ารอให้ราคาพุ่งสูงแล้วค่อยเริ่มซื้อ การใช้วิธีทยอยสะสม (DCA) ตั้งแต่ปีนี้จะช่วยให้คุณมีต้นทุนที่เฉลี่ยและสร้างผลกำไรที่น่าพึงพอใจได้ภายในปี 2026
หากคุณกำลังมองหาแหล่งซื้อทองคำคุณภาพสูงเพื่อการเริ่มต้นลงทุนอย่างมั่นใจ แวะมาปรึกษาเราได้ที่ร้านทองของเราวันนี้! เรามีทองคำแท่งและทองรูปพรรณหลากดีไซน์ที่ได้มาตรฐาน พร้อมให้คำแนะนำด้านการลงทุนโดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ทุกบาทของคุณงอกเงยอย่างมั่นคงในอนาคต
